สาวกซัมซุงเตรียมตัวให้พร้อมกับการมาถึงของ Samsung Galaxy S26 Series ที่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Galaxy Unpacked วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยปีนี้มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีภายใน
- เปิดจองล่วงหน้า (Pre-order) ในเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. ถึง 4 มี.ค. 2569
- เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Open Sale) พร้อมกันในวันที่ 11 มีนาคม 2569
- ขนมาครบทั้ง 3 รุ่น: Galaxy S26, S26 Plus และพี่ใหญ่ Galaxy S26 Ultra
เจาะลึกสีใหม่ Galaxy S26 Ultra
ไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮาที่สุดในรอบนี้คือตัวเลือกสีสันของ Galaxy S26 Ultra ที่มีข้อมูลหลุดออกมาว่าอาจมีให้เลือกสูงถึง 6 สี ได้แก่ Black, White, Silver Shadow, Sky Blue, Cobalt Violet และ Pink Gold ซึ่งถือว่าหลากหลายกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยคาดว่า Samsung จะยังคงใช้กลยุทธ์เดิมคือการเก็บสีพิเศษอย่าง Pink Gold หรือ Silver Shadow ไว้จำหน่ายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ Samsung.com เท่านั้น เพื่อกระตุ้นยอดขายโดยตรงและสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้ที่สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์
สเปกและนวัตกรรมกล้อง 200MP พร้อมขุมพลังชิปเซ็ต AI แห่งปี 2026
ในแง่ของสมรรถนะ Galaxy S26 Ultra ถูกคาดหมายว่าจะมาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 (หรือ Snapdragon 8 Elite 2) ที่เน้นการประมวลผลด้าน AI เป็นหลัก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน One UI 8.5 ให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงเซนเซอร์กล้องหลักความละเอียด 200MP ให้มีค่ารูรับแสงกว้างขึ้น (คาดว่าอยู่ที่ f/1.4) ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยและภาพถ่ายดวงดาวทำได้คมชัดกว่าเดิม ตอกย้ำการเป็นสมาร์ทโฟนกล้องเทพที่พร้อมท้าชนแบรนด์คู่แข่งในตลาดระดับพรีเมียม
วิเคราะห์กลยุทธ์การขยับวันเปิดตัวและสงครามสมาร์ทโฟนไตรมาสแรก
การที่ Samsung เลือกจัดงานในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และวางจำหน่ายจริงในเดือนมีนาคม ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการชิงพื้นที่ข่าวในช่วงต้นปี ก่อนที่แบรนด์อื่นๆ จะเริ่มขยับตัวในช่วงกลางปี การเพิ่มสีสันให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและสายแฟชั่นมากขึ้น รวมถึงการอัปเกรด RAM เป็น 16GB ในทุกรุ่นย่อยตามข่าวลือ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Galaxy S26 Series กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมดึงดูดลูกค้าใหม่ที่ต้องการเทคโนโลยี AI ที่จับต้องได้จริง
